kunaj's profileI'm Kunaj...I luv thaila...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
I'm Kunaj...I luv thailand大阪で暮らしてるタイ人
November 02 恋の秋久し振りやんなあ、このブロックー
今、日本が寒くなってきたなぁ~
僕が寒いのが好きだけどさ、時々寒くて指先が痺れちゃうなんて、ちょっとなあ(^^”)/
今、大学院生活は調順に行けるんだ! 研究テーマが決まってて良かった!!(^ ^)
先生方(特に鈴木先生とマラシー先生)に大変ありがたい気持ちでいっぱいあったのm(--)m
これから、一・二倍頑張りたいと思っているんでさ、よッしゃーーーーー!!
皆、元気かな?
僕が特に嬉しいことや悲しいことがないわーーー
僕の人生の今ぐらいは満足しとる(^ ^)
勉強、友達、先輩 皆揃ってくれるー感動しちゃうんだぞー
まあね、後輩があんまり知らんやけど(まあいいか、運があればいつかきっと)
僕がオプンタイプなんで、周りの人にもオプン・ハートしてくれたいんで~!
じゃあ、これで文句するわーフフフ
元気でねみんな、じゃーあ
March 21 大阪での皆と逢えて良かった!ไม่ได้เขียนบล๊อกนานหลายเดือน ครั้งสุดท้ายก็เมื่อวันเกิดตัวเองปีที่แล้ว
มีอะไรเข้ามาเยอะแยะในช่วงที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ดี
คงเป็นเพราะเราไม่กลัวอีกแล้ว ที่จะเผชิญกับอะไรที่มันยุ่งยากและเป็นอุปสรรค
ชีวิตของเราจะดี จะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยตัวเราเอง
...
วันที่ 20-21 มีนาคมที่ผ่านมา ไปเที่ยวทริปแช่น้ำแร่ กินปูโฮวได ที่มิสุกิ เมืองมิเซะมา
จะบอกว่าถึงจะเป็นเวลาแค่ 2 วัน 1คืน แต่มันเป็นทริปที่น่าจดจำและประทับใจมาก
คนร่วมทริปได้แก่ เราเอง , พี่นี , มี่ , พี่กิฟท์ , พี่เก่ง , จี้ และ อาร์มี่ (เพื่อนฟิลิปปินส์)
มันไม่ใช่แค่ทริปธรรมดา แต่มันคือการไปเที่ยว การสร้างความทรงจำร่วมกัน
การร่วมหัวเราะ พูดคุย ถ่ายรูปด้วยกัน เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พี่นี , มี่ , พี่กิฟท์ และพี่เก่ง จะกลับเมืองไทยสิ้นเดือนนี้
3 ปีครึ่งที่ได้รู้จักกับทุกคน มันเร็วมากจริง ๆ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนกลุ่มนี้สร้างรอยยิ้ม และวันคืนที่ดี ให้เราได้จดจำไม่มากก็น้อย
รู้สึกใจหายที่ต่อจากนี้ไ ป เราจะไม่ได้รวมตัวกัน เฮฮาร่วมกันในฐานะกำลังเรียนอยู่ที่นี่
พี่นี , มี่ , พี่กิฟท์ , พี่เก่ง เรียนจบแล้ว ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะแตกต่างกันไป
แต่เราเชื่อเหลือเกินว่าพวกเค้าต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ
ตอนนี้ร้องให้อยู่อ่ะ เขียนไม่ออก ตาพร่าไปหมด แล้วจะมาเขียนต่อ (T_____T)
November 19 My happy birthday....20 พฤศจิกา ก็มาบรรจบอีกหนึ่งวาระ
วันเกิดของเรานั่นเอง แต่ตามจริงก็เฉย ๆ นะเหอ ๆ ๆ
ก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะต้องเฉลิมฉลองอะไรเลย
มันก็เหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งแหล่ะ บางปีลืมด้วยซ้ำ (- -")
เพียงแต่ว่าอยากจะรำลึกถึงว่า เป็นวันที่แม่ได้ให้กำเนิดเรามา
เป็นวันที่พ่อกับแม่เริ่มเหนื่อยเพื่อดูแลเรา
และเป็นวันที่เราลืมตาดูโลกใบนี้
พร้อมกับ "ภาระและหน้าที่"เหมือนกับทุกคนบนโลกใบนี้
นึกแล้วเวลาก็แสนเร็ว ตอนนี้ก็อยู่นโลกใบนี้มา 2... ปีแล้ว (ละไว้ ฮี่ ๆ)
เราทำอะไรให้ผู้มีพระคุณ ทำอะไรให้ประเทศชาติ ทำอะไรให้กับโลกใบนี้
ยิ่งนับวันก็ยิ่งตระหนักถึงพระคุณของพ่อแม่ และผู้มีพระคุณ
ที่ทำให้เรากลายเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เติบโตได้อย่างสวยงาม
ถ้าไม่มีพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะเลี้ยงดู ซัพพอร์ทเงิน ฯลฯ
เราก็คงไม่มีหนังสือมากมายก่ายกองตั้งแต่เด็ก ที่ทำให้มีความคิดแบบนี้
ขอบคุณจริง ๆ ครับ
และก็เป็นประจำตั้งแต่เด็กแล้วว่าวันเกิดจะต้องทานเจหรือไม่ก็มังสวิรัติ
วันเกิดปีนี้ก็เหมือนกัน จะได้เกิดอะไรดี ๆ กับชีวิต ....
KUNATO November 18 เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทงวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน มีงานลอยกระทงที่ สวนโอกิมาจิ
ตั้งแต่เด็กแล้วเมื่อได้ยินเพลงลอยกระทง "วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง..."
ก็จะรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันธ์ มาก ๆ เป็นเพราะส่วนใหญ่วันลอยกระทง
จะอยู่ในเดือน "พฤศจิกายน" ซึ่งเป็นเดือนเกิดของเรานั่นเอง
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รู้สึกสนุกและมีความสุขแบบไม่ได้คาดหมายจริง ๆ
"กิฟท์" เพื่อนเราได้ลงประกวดนางนพมาศด้วย ก็เลยแท็คทีมกับน้องแนน และป่าน
เป็นพี่เลี้ยงจำเป็นทันที สนุกมาก ๆ และแล้วผลก็คือ ได้รองอันดับหนึ่งหรือที่ 2 เย้ๆ ๆ
เพื่อนเราเก่ง อิอิ พอมีความสุขก็แชร์กัน รู้สึกดีจัง ก็เลยประทับใจ
เสร็จงานลอยกระทงก็มาปาร์ตี้ "หมู-ไข่พะโล้" ที่หอของเราติดกับสวน
ครั้งนี้ทำเป็นกิจลักษณะมากขึ้นมีการใส่โป๊ยกั่กและอบเชย ไปด้วย
และก็เคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 2 ชม. กว่า ๆ หมูนิ่มมาก ๆ น้ำก็ไม่ข้นไปไม่ใสไป
แต่แบบนี้เหมือนเป็นพะโล้ภาคกลาง คิดถึงพะโล้ของแม่มาก ๆ
ไม่มีอะไรอร่อยและเข้มข้นเท่ากับกับข้าวฝีมือแม่แล้ว
พะโล้ของแม่จะแบบว่าน้ำก็จะเข้มข้น แค่คลุกข้าวก็กินได้แล้ว
เสร็จปาร์ตี้พะโล้ก็ไปต่อกับกิฟท์ , น้องแนน , น้องป่าน เดินตะลุยอุเมดะยามค่ำคืน
กับสายลมหนาวและบรรยากาศโรแมนติก มีต้นคริสต์มาสประดับตกแต่งบ้างแล้ว
เดินไปซื้อครัวซองช๊อก เซนต์มาร์ค (วันนี้อร่อยมาก ๆ แบบว่าแป้งกรอบ ช๊อกละลายโอ้ว...ว...ววว)
แล้วก็ส่งเพื่อน ๆ กลับที่สถานีรถไฟฮังคิวแล้วก็เดินต่อกแต่กไปเช่า DVD ที่ TSUTAYA อิอิ
และแล้วก็จบหนึ่งวันที่มีความสุขแบบเต็ม ๆ ในต่างแดน พรุ่งนี้วันจันทร์ก็เริ่มสู้ชีวิตกันใหม่
GO GO FIGHTO!!!
อันนี้ถ่ายกับ "พี่กิฟท์" พี่สาวที่น่ารักที่เจอกันตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วที่พี่เข้ามาใหม่ ๆ ปีหน้าเดือนมีนาก็จะกลับเมืองไทยแล้ว ได้รางวัลส่งท้ายที่โอซากาด้วยนะพี่ เย้ ๆ
"กิฟท์"รองอันดับ 1นางนพมาศ อิอิ ทำดีมากเลยเพื่อน สุดยอดดดด KUNATO November 11 ปาร์ตี้อาหารไทย ไม่มีอะไรในชีวิตมากมายนัก ก็มีความสุขไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนอาจารย์มาแล้วจะครบเดือนแล้ว ก็เลยไม่เครียดมาก
เรียนกับอาจารย์ใหม่ กับการเปลี่ยนสายมาเป็น "日本語教育" ก็ดูจะไปได้ดี
แต่ว่าอาจารย์ใหม่บอกว่าจะให้อยู่เป็น เคงคิวเซ (นักศึกษาวิจัย) ไปเลยให้ครบ 2 ปี ก็คือแบบว่าค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ เตรียมตัวสอบไป จะว่าไปก็ดีอ่ะนะ แต่ว่าบางทีก็อยากรีบเร่ง ๆ ตัวเองให้จบไว ๆ เหมือนกัน นี่แหล่ะคนเรา พออยู่กับอาจารย์ที่ต้อง active ตัวเองก็กลับดื้อด้าน แต่พออยู่กับอาจารย์ที่ใจดี ก็กลับอยากจะมาบีบบังคับตัวเองซะงั้น พูดไปก็เบื่อตัวเองเหมือนกัน 555+ ก็ไปทำกันที่หอเก่าที่แสนคุ้นเคยและอบอุ่น ที่ มินามิเซนริ ก็หอบข้าวหอบของ อุปกรณ์ทำคุ้กกี้จากหอที่อุเมดะไปเยอะเหมือนกัน ผลออกมาก็คือ เตาอบไม่ใช่เตาอบที่ปรับอุณหภูมิได้ แล้วก็ร้อนไม่ทั่วถึง ก็คือออกมาไม่ดีเท่าที่เคยทำมา แต่ก็กินได้อ่ะนะ อิอิ แล้วก็มีปาร์ตี้อาหารไทยต่อ นั่นก็คือ แต่น แตน แต๊นนน "แกงฮังเล" นั่นเอง
และต่อไปก็คือ ผู้ร่วมขบวนการฮังเลนั่นเอง อิอิ แค่ส่วนหนึ่งนะ อิอิ
แต่ชอบฮังเลของครั้งที่แล้วมากกว่า เพราะว่าครั้งที่เคี่ยวไปสองชม. จนแบบหมูกับมันเปื่อย ละลายในปากมาก ๆ อิอิ แต่ครั้งที่อาหารก็อลังการจริง ๆ ทำให้หายคิดถึงเมืองไทยไปได้อีก หมดการรีวิว ชีวิตปาร์ตี้อาหารไทยแต่เพียงเท่านี้ แล้วจะสรรหาเมนูมาทำให้ดูอีกนะคร้าบบบ พรุ่งนี้ก็เริ่มชีวิตนักศึกษาต่อไป อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ KUNATO October 21 My new(old) LIFE~......
สัปดาห์ที่แล้ว เป็นสัปดาห์แห่งการต่อสู้ดิ้นรน
เริ่มจากติดต่อเมล์หาอาจารย์ใหม่คุยไปคุยมาหลายรอบ
ต้องรับเอกสารต่อทุน แล้วต้องเอาไปให้อาจารย์เก่าเซ็น
ต้องเข้าไปพูดขอเปลี่ยนอาจารย์อย่างเป็นทางการกับอาจารย์เก่า
เข้าไปเรียนวิชาอาจารย์ใหม่ พร้อมแนะนำตัว ฯลฯ
เป็นอะไรที่ต้อง Active ตลอดสัปดาห์และใจเต้นตลอดเวลา
แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
วันศุกร์เข้าไปนั่งเรียนวิชาใหม่ที่ไกไดแล้ว
(ขอเรียกไกไดนะ ถึงจะเป็นฮันได มิโนแคมปัสแล้วก็ตาม)
ที่ไกได มีเพื่อนและพี่คนไทยเรียนอยู่หลายคน
เป็นความรู้สึกดีอีกแบบ หลังจากที่ไม่ได้เจอคนไทยในชั้นเรียน
และในมหาวิทยาลัย (โทโยนากะ แคมปัส )เป็นเวลาครึ่งปี
วิชาของว่าที่อาจารย์ใหม่ ก็สนุกดี อาจารย์ดูเป็นคนรับฟัง
ทำให้นักเรียนไม่เครียดเวลาที่จะต้องตอบคำถาม
ตอนนี้ยังย้ายทะเบียนนักเรียนไปคณะใหม่ไม่ได้ เพราะเปิดเทอมมาแล้ว
ก็เลยต้องกลับไปเรียนและต้องเจออาจารย์เก่าด้วยจนจบเทอมนี้
อาจารย์ใหม่ก็ยังเตรียมอะไรให้เราไม่ได้ เพราะยังไม่มีชื่อในทะเบียน
ถึงจะยังดูงง เพราะยังเปลี่ยนไม่ได้เต็มตัว
แต่ความรู้สึกเครียด มืดมนมันหายไปแล้ว เราก็คงต้องลุยเอง
เมื่อคืน (10/20)ไป 歓迎会 มาแหล่ะ อิ่มอร่อยมาก ๆ
รู้สึกว่าเด๋วนี้จะเป็นคนกินอะไรได้น้อย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
กินนิดเดียวก็อิ่มแล้วอ่ะ (นิดเดียวมั้ง เหอๆๆๆ)
เจอคนไทยเยอะดี เยอะมากกกกกกกก เฮฮาปาร์ตี้กันไป
พรุ่งนี้วันจันทร์อีกแล้วก็เริ่มลุยต่อ ทั้งเรียน ทั้งไบท์ สู้ตายเลย
เหนื่อยก็เหนื่อยนะ แต่ทำไงได้อ่ะ เกิดเป็นคนก็ต้องดิ้นรนกันไป
....
...
いつも僕を応援してくれる人に感謝したいと思う!
KUNATO October 13 Keep thinking back and forth...
...
สองอาทิตย์กว่าแล้ว สภาพชีวิตตั้งแต่วันที่ 27 กันยา - วันนี้ 13 ตุลาคม
ก็ยังเป็นแบบเดิม ๆ เป็นสองอาทิตย์ที่อยู่ในโลกของความคิด
คิดทบทวน คิดไปคิดมา คิดหาทางออก คิดถึงอนาคต
กลางคืนนอนไม่หลับ มาหลับเอาตอนเช้าไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก
พอจะล้มตัวลงนอน ก็นอนไม่หลับเพราะสมองทำงานเต็มสปีด
หลับตาปุ๊บก็คือคิดถึงหัวข้อวิจัย ไปเรื่อย ๆ จนมันไม่ง่วง
ลุกขึ้นมาเปิดหนังสือหาไอเดียในการทำวิจัย
พอเริ่มง่วงก็ล้มตัวลงนอนอีกรอบ แต่มันก็กลับสู่กระบวนการเดิม
จนเช้า ... ก็ผ่านไปอีกคืน ที่ไม่กล้านอนและนอนไม่หลับ
พรุ่งนี้เราจะตื่นขึ้นมาทำไม มีอะไรรอเราอยู่เหรอ?
ก็กลับสู่แบบเดิม ๆ กิน คิด นอน กิน คิด นอน เหมือนอยู่ไปวัน ๆ
ยังไม่ค่อยได้ไปเรียนเลย เพราะยังอยากสรุปตัวเองให้ได้ก่อนว่าไปทางไหน
ตอนนี้ที่พอจะสรุปได้ก็คือ จะต้องเลือกทางเดินใหม่ หาอาจารย์คนใหม่
อาจารย์ตอนนี้เป็นคนเก่ง อันนี้ยอมรับจริง ๆ
But i`m not a gold medal kind of guy
จุดหนึ่งคือมุมมองของอาจารย์
สิ่งที่อาจารย์สอนว่าควรมองโลกในมุมกลาง ไม่ขาวไม่ดำ ตัดสินอะไรไม่ได้
เราสัมผัสมันไม่ได้ อาจารย์มักจะตัดสินอะไรโดยทันที ไม่ได้คิดถึงเหรียญอีกด้าน
ถ้าเรายังอยู่กับแก สภาพจิตเราคงไม่เหลืออะไร
ไม่มีความมั่นใจในการสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้แน่ ๆ
หลังจากหมดแรง ครึ่งเดือนแล้วที่ไม่อยากคุยกับใครแม้กระทั่งพ่อแม่
ไม่อยากคุยกับใคร เพราะเราตอบอะไรไม่ได้ ทุกคนมักจะถาม "เรียนเป็นไงบ้าง"
("ไม่รู้ ... ไม่รู้อะไร")ในใจเราคงอยากจะตอบแบบนี้ เพราะมันจริง ๆ
คนที่ไม่ได้มายืนและประสบกับตัวเองก็คงไม่รู้และไม่เข้าใจ
"สู้ ๆ นะ" นี่คือคำพูดของทุกคน แน่นอน ทุกคนก็ต้อง Cheer up อยู่แล้ว
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ ใครจะไม่อยากสู้ ใครจะอยากแพ้
ตอนนี้ก็ใช้เวลาในการเรียกตัวเองคนเดิมกลับมา
คนเดิมที่มีความมั่นใจในการทำทุกสิ่งอย่าง
ตอนนี้เราคนเดิมค่อย ๆ กลับมาแล้ว เริ่มมีแรงที่จะลุยต่อ
ถึงแม้จะยังมองไม่เห็นฝั่ง มองไม่เห็นปลายทาง
แต่มีแรงเดินซะอย่าง ก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ ยังไงน่าจะถึงจุดหมายสักวัน
ถึงแม้ปลายทางเราจะไม่ถึงจุดหมาย แต่ประสบการณ์ระว่างทาง
ก็คงมีคุณค่าสำหรับเรามาก ๆ และเป็นประโยชน์กับเราได้แน่ ๆ
ตอนนี้เฝ้าคอยบอกตัวเองว่า อะไรที่ได้มาง่ายๆ มักไม่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่า
สิ่งที่เราต้องประสบพบพานและเผชิญอยู่อาจจะเป็นอุปสรรค และด่านทดสอบจิตใจ
เชื่อว่า ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ คงจะมีอะไรบางอย่างที่คุ้มค่ารอเราอยู่แน่ ๆ
...
...
KUNATO
September 18 Little buddha...
ก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าจริง ๆ ที่สอบทุนมาเรียนญี่ปุ่น
ทั้ง ๆ ที่ทำงานได้เงินเดือนมากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงตัวเอง ทำบุญ รื่นเริง ฯลฯ
มาอยู่นี่ก็ได้ฝึกฝนจิตให้เข้มแข็งขึ้นทั้งการอยู่ต่างแดน
การได้เรียนกับ Professor ที่เก่งมาก ๆ และเคี่ยวมาก ๆ
แต่เราอยากทำบุญ อยากตักบาตร อยากเข้าวัดนี่นา... (- -)
เราอยากดูแลพ่อแม่ จัดบ้าน เล่นกับหมาไม่ให้มันเหงามากกว่าอ่ะ
อยู่ญี่ปุ่นก็ปฏิบัติศีล และภาวนาได้นะ แต่ทานก็ไม่ค่อยมีโอกาสให้ทำ
ไม่เป็นไร ตอนนี้ซื้อบอร์ดมาตั้งไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือเลย เขียนกระตุ้นตัวเอง
รีบเรียน รีบกลับ ยังไงก็จะทำให้ได้ โดนด่า โดนเคี่ยว จะร้องให้กี่สักร้อยรอบ
ก็จะแข็งแกร่งและแบกปริญญาโทกลับไปเมืองไทยให้ได้
จะไม่คิดฟุ้งซ่าน ค่อย ๆ ทำไปทีละอย่าง ทีละก้าว มีสติอยู่กับลมหายใจ
...
KUNATO
August 14 ทำด้วยใจรักแล้วมันจะยิ่งใหญ่เราเป็นคนทีโชคดีได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำ และทำด้วยใจมาตลอด
แต่ว่าหลาย ๆ ครั้งก็ลืมอารมณ์ตรงนั้นไป
อย่างการสอบทุนมาญี่ปุ่นครั้งที่สอง เพื่อจะมาจบปริญญาโทให้ได้
แต่ก็คิดเส้นทางข้างหน้าดั่งขุนเขาไปต่าง ๆ นานา ๆ
หนังสือที่อาจารย์และติวเตอร์แนะนำมาจะอ่านหมดหรือเปล่า?
จะไปโต้แย้งทฤษฎีกับคนในห้องวิจัยได้หรือเปล่า? ฯลฯ
จนรู้สึกเป็นภาระหนักอึ้ง เหมือนเราจะทำสำเร็จหรือเปล่า
...
แต่เมื่อกี้ได้อ่านกระทู้หนึ่งที่เว็บพันทิพ
ว่าทำไมคนไทยถึงไม่ได้่รับรางวัลโนเบลบ้าง
มีคนคนนึงเรียนดอกเตอร์ น่าจะที่อเมริกาบอกว่า
ฝรั่งเรียนปริญญาโท ปริญญาเอกเพราะอยากที่จะรู้ขึ้นไปเรื่อย ๆ
ไม่ได้ทำเพื่ออยากจะได้ปริญญาแบบคนไทยส่วนใหญ่ พวกนี้ทำตามหน้าที่
การเรียนระดับสูงขึ้นไปต้องเรียนด้วยใจ รักในสิ่งที่จะวิจัยแล้วจะมีความสุข
เราก็กลับมาคิดได้ว่า
จริงด้วย....
เรากำลังคิดว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นภาระหนักอึ้ง
ทำไมเราไม่คิดบ้างว่าก่อนมา เราคิดที่จะมารู้ให้มากขึ้น มาเพื่อมีโอากสอ่านหนังสือเยอะขึ้น
และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางภาษาญี่ปุ่นคนนึงให้ได้
ขอขอบคุณกระทู้นั้นและคนคนนั้น
เราจะกลับมาทำด้วยใจที่รักในภาษาญี่ปุ่น รักในการวิจัย
จะไม่ให้เสียชื่อนักเรียนทุน เสียชื่อลูกของพ่อแม่และตระกูลนี้
My fabulous will translate...
September 22 Thanks everyone...I luv u all
July 11 Old friends just like picture,new friends just like shoes.
|
|||||||||||||||||||||
|
|